รีไฟแนนซ์รถยนต์ เหมาะกับคนที่อยากลดภาระผ่อนรถแบบไหน

2

รีไฟแนนซ์รถยนต์เป็นทางเลือกที่หลายคนอาจนำมาพิจารณาเมื่อค่างวดรถเดิมเริ่มกระทบรายรับรายจ่ายในแต่ละเดือน โดยเฉพาะในช่วงที่ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รายได้เปลี่ยนไป หรืออยากปรับแผนผ่อนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การรีไฟแนนซ์รถยนต์ไม่ได้เหมาะกับทุกคน และไม่ได้แปลว่าค่างวดที่ลดลงจะคุ้มกว่าเสมอไป

ก่อนตัดสินใจ ควรเข้าใจว่ารีไฟแนนซ์รถยนต์คือการปรับหรือเปลี่ยนเงื่อนไขสินเชื่อรถจากสัญญาเดิมไปสู่สัญญาใหม่ ซึ่งอาจทำให้ค่างวดต่อเดือนลดลงจากดอกเบี้ยใหม่ ระยะผ่อนใหม่ หรือโครงสร้างยอดสินเชื่อที่เปลี่ยนไป แต่ต้องดูยอดปิดบัญชี ดอกเบี้ย จำนวนงวด และยอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งหมดให้ครบก่อนเสมอ

คนที่ค่างวดเดิมเริ่มหนักกว่ารายรับรายจ่ายปัจจุบัน

กลุ่มแรกที่อาจพิจารณารีไฟแนนซ์รถยนต์ คือคนที่ยังต้องใช้รถและยังตั้งใจผ่อนต่อ แต่ค่างวดเดิมเริ่มหนักเมื่อเทียบกับรายได้ปัจจุบัน เช่น รายจ่ายครอบครัวเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายประจำสูงขึ้น หรือรายได้ลดลงจากช่วงแรกที่ทำสัญญา

ลดค่างวดเพื่อให้รายเดือนจัดการง่ายขึ้น

หากค่างวดเดิมทำให้เงินเหลือใช้แต่ละเดือนน้อยเกินไป การรีไฟแนนซ์รถยนต์อาจช่วยปรับค่างวดให้เหมาะกับรายรับรายจ่ายมากขึ้นในบางกรณี แต่ต้องดูว่าค่างวดใหม่ลดลงเพราะอะไร หากลดลงจากการยืดระยะผ่อนออกไป ควรตรวจยอดรวมทั้งสัญญาด้วย เพราะอาจจ่ายนานขึ้นและมีต้นทุนรวมเพิ่มขึ้นได้

คนที่อยากปรับแผนผ่อนให้ตรงกับรายได้จริง

บางคนเริ่มผ่อนรถในช่วงที่รายได้ดี แต่ภายหลังรายได้เปลี่ยน เช่น เปลี่ยนงาน ออกจากงานประจำมาทำอาชีพอิสระ หรือรายได้จากธุรกิจไม่สม่ำเสมอเหมือนเดิม สถานการณ์แบบนี้อาจทำให้ค่างวดเดิมไม่สอดคล้องกับกระแสเงินสดในแต่ละเดือน

ใช้รายได้เดือนปกติเป็นฐานประเมิน

ก่อนพิจารณารีไฟแนนซ์รถยนต์ ควรประเมินจากรายได้เดือนปกติหรือเดือนที่รายได้น้อยกว่าค่าเฉลี่ย ไม่ควรดูจากเดือนที่รายได้ดีที่สุด เพราะค่างวดใหม่จะเป็นภาระที่ต้องชำระต่อเนื่อง หากค่างวดหลังรีไฟแนนซ์ยังทำให้รายเดือนตึงเกินไป อาจต้องทบทวนระยะผ่อนหรือเงื่อนไขอื่นให้เหมาะสมกว่าเดิม

คนที่ต้องการลดความเสี่ยงจ่ายล่าช้า

หากค่างวดรถเดิมเริ่มทำให้ต้องหมุนเงินทุกเดือน หรือใกล้ถึงวันชำระแล้วต้องรอรายได้ก้อนถัดไปเข้ามาก่อน อาจเป็นสัญญาณว่าค่างวดเดิมไม่เข้ากับสภาพคล่องปัจจุบัน การรีไฟแนนซ์รถยนต์อาจถูกนำมาพิจารณาเพื่อปรับภาระรายเดือนให้รับไหวขึ้น

วันชำระก็สำคัญไม่แพ้ค่างวด

นอกจากค่างวดใหม่ ควรถามเรื่องวันชำระให้ชัดว่าสามารถเลือกให้ใกล้กับรอบเงินเข้าได้หรือไม่ พนักงานประจำอาจเลือกหลังวันเงินเดือนออก ส่วนอาชีพอิสระหรือคนค้าขายควรดูรอบเงินเข้าจริง การรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ค่างวดเหมาะขึ้น แต่วันชำระไม่สอดคล้องกับรายรับ ก็ยังอาจทำให้จัดการรายเดือนได้ยากอยู่ดี

คนที่รู้ยอดปิดบัญชีเดิมและเทียบตัวเลขได้ชัด

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ควรเริ่มจากการรู้ยอดปิดบัญชีเดิม เพราะเป็นตัวเลขที่ใช้ประเมินว่าสัญญาใหม่มีความเหมาะสมแค่ไหน หากยังไม่รู้ยอดปิดจริง การเทียบค่างวดใหม่กับของเดิมอาจคลาดเคลื่อนได้

อย่าเทียบแค่ค่างวดใหม่ที่ถูกกว่า

ก่อนตัดสินใจ ควรขอยอดปิดบัญชีจากผู้ให้บริการเดิมโดยตรง และนำมาเทียบกับข้อเสนอใหม่ เช่น ดอกเบี้ย จำนวนงวด ค่างวดใหม่ เงินสุทธิที่ได้รับหากมี และยอดรวมที่ต้องจ่ายทั้งหมด หากค่างวดลดลงแต่ยอดรวมเพิ่มขึ้นมาก ควรพิจารณาว่ายอมรับต้นทุนระยะยาวได้หรือไม่

คนที่ยังจำเป็นต้องใช้รถต่อ

รีไฟแนนซ์รถยนต์มักถูกพิจารณาในกรณีที่เจ้าของรถยังต้องใช้รถเดินทาง ทำงาน ส่งของ รับลูกค้า หรือดูแลครอบครัว จึงไม่อยากขายรถออกไปเพื่อแก้ภาระระยะสั้น แต่ต้องการปรับภาระผ่อนให้สอดคล้องกับรายได้มากขึ้น

ต้องดูว่ารถยังมีมูลค่าและเงื่อนไขตรงตามเกณฑ์หรือไม่

แม้ยังต้องใช้รถต่อ แต่การรีไฟแนนซ์รถยนต์จะพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น รุ่นรถ ปีรถ สภาพรถ สถานะสัญญาเดิม ยอดปิดบัญชี และประวัติการชำระ ผู้ยื่นจึงควรเตรียมข้อมูลรถและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบ เพื่อให้เห็นเงื่อนไขจริงก่อนตัดสินใจ

คนที่อ่านยอดรวมและเงื่อนไขสัญญาได้ครบก่อนเซ็น

คนที่เหมาะกับการพิจารณารีไฟแนนซ์รถยนต์ควรพร้อมอ่านรายละเอียดสัญญาให้ครบ ไม่ใช่ดูเฉพาะประโยคว่า “ค่างวดลดลง” เพราะค่าใช้จ่ายในสัญญาอาจมีหลายส่วน ทั้งดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เงื่อนไขผิดนัด และเงื่อนไขปิดบัญชีก่อนกำหนด

ตัวเลขต้องชัดก่อนตัดสินใจ

ควรถามให้ครบว่า ค่างวดใหม่เท่าไหร่ ต้องผ่อนกี่งวด ดอกเบี้ยคิดอย่างไร ยอดรวมทั้งหมดเท่าไหร่ และหากต้องการปิดบัญชีก่อนกำหนดมีวิธีคิดอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้ควรอยู่ในเอกสารที่ตรวจสอบได้ ไม่ควรอ้างอิงจากคำอธิบายปากเปล่าเพียงอย่างเดียว

บทสรุป

รีไฟแนนซ์รถยนต์อาจเหมาะกับคนที่ยังต้องใช้รถต่อ แต่ต้องการปรับภาระผ่อนให้สอดคล้องกับรายรับรายจ่ายปัจจุบัน เช่น ค่างวดเดิมเริ่มหนัก รายได้เปลี่ยน หรืออยากลดความเสี่ยงจ่ายล่าช้า อย่างไรก็ตาม ความเหมาะสมต้องดูจากตัวเลขจริง ไม่ใช่ดูแค่ว่าค่างวดใหม่ต่ำกว่าเดิม

ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์รถยนต์ ควรเช็กยอดปิดบัญชีเดิม ดอกเบี้ยใหม่ จำนวนงวด ค่างวด ยอดรวมทั้งสัญญา วันชำระ และเงื่อนไขปิดบัญชีก่อนกำหนดให้ครบ หากตัวเลขทั้งหมดสอดคล้องกับความสามารถในการชำระจริง การปรับสัญญาใหม่ก็อาจช่วยให้ภาระรายเดือนเหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น โดยไม่ทำให้ภาระในอนาคตเกินกว่าที่รับไหว

สำหรับใครที่ต้องการกู้สินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดของคุณ โดยบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี 

สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดา 12.82% – 24.00% และกรณีนิติบุคคล 9.50% – 15.00% และ สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% – 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% – 26.62%

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://www.ngernhaijai.com/

Line : https://lin.ee/N2kYyOU

โทร : 02 078 8899